Mutation
นี่คือความเห็นแรกสำหรับFriday Night Man blog ครับถือโอกาสเปิดตัวพร้อมกับประเด็นที่กำลังร้อนสุดๆ สำหรับบ้านเมืองเรา ในชั่วโมงนี้
อะไรคือ...การกลายพันธุ์...
ตามหลักของพันธุศาสตร์การกลายพันธุ์จะเกิดขึ้น เมื่อชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด นั่นหมายความว่าต้องเกิด ภาวะวิกฤติ บางอย่างกับสิ่งมีชีวิตนั้นๆ และมันไม่อาจจะทนทานดำรงชีวิตต่อไปภายใต้ภาวะวิกฤตินั้นๆได้ มันจึงจำเป็นต้องหลบหนีออกมา หรือไม่ก็ตายแต่ถ้าหนีไม่ได้และไม่อยากตาย...มันก็ต้องกลายพันธุ์
มีน้องคนหนึ่งที่ทำงานของผมตั้งสมมุติฐานว่ามันเริ่มต้นจาก นกตัวหนึ่งที่ป่วยเป็นไข้หวัดนก บินผ่านเล้าหมูแล้วก็ถ่ายมูลลงในรางอาหารของหมูพอดี ทีนี้ มันก็มีหมูที่ป่วยเป็นไข้หวัดหมูกินเอามูลนกที่มีเชื้อไข้หวัดนกเข้าไป จากนั้นคนก็นำหมูที่ป่วยมาบริโภคโดยไม่สะอาดพอ โดยที่คนผู้นั้นก็ป่วยเป็นไข้หวัดคนอยู่แล้ว ตอนนั้นเองที่ไวรัสสามสายพันธุ์ ได้มาเจอเจอะกัน
แล้วคนก็กินยารักษาโรคหวัด...ภาวะวิกฤติก็เกิดขึ้นแก่ไวรัสทั้งสาม
พวกมันจึงรวมตัวกัน...กลายพันธุ์...เพื่อเอาชีวิตรอด
แล้วก็กลายมาเป็นไวรัสสายพันธุ์ 2009ขึ้นมา
ก็เอาครับ...ฮาดี...มีจินตนาการ...
ครับผม ผมวนเข้ามาหาประเด็นที่ผมตั้งใจเขียนถึงในการเปิด blog ครั้งแรกนี้สำเร็จแล้วครับ
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์2009
ผมจะยังไม่พูดเลยไปถึงประเด็นของไวรัสเอดส์สายพันธุ์ใหม่ที่ร่ำลือกันว่าเกิดการกลายพันธุ์ โดยรวมสิบสายพันธุ์อยู่ในไวรัสตัวเดียว แบบซื้อ 1 ได้ 10ยกแพ็คถูกกว่า อะไรทำนองนั้น เพราะข่าวยังไม่เป็นที่ยืนยัน
แต่ประเด็นของไวรัสสายพันธุ์2009 เป็นเรื่องที่ชัดเจนและน่าวิตกมากกว่าความน่ากลัวของมันอยู่ที่การแพร่กระจายได้เหมือนกับหวัดธรรมดาคือระบบทางเดินหายใจ
วันนี้ประเทศไทยการ์ดตกตั้งอยู่บนความประมาท จึงเกิดวิกฤติขึ้นที่พัทยาและใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมๆ กัน
แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
ผมนั่งมองดูรถไฟฟ้าที่แล่นไปมาบนรางด้วยความเสียวแน่นอนละว่า ผมเป็นลูกค้าขาประจำคนหนึ่งของระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่นี้ด้วย
น้องที่ทำงานโต้แย้งผมว่าถ้าพนักงานของเราสวมหน้ากากต้อนรับลูกค้าลูกค้าอาจจะเกิดทัศนคติที่ไม่ดีกับบริษัทของเราได้ ว่าพวกเรารังเกียจนี่ก็เสียวอีก การป้องกันตนเอง กลายเป็นความเกรงใจและรักษาความรู้สึกกัน
แต่ไอ้ที่ผมเสียวจริงๆอยู่ถัดไปจากนี้ครับ
ถ้าเมื่อไรที่ไวรัสตัวนี้มันเกิดดื้อยาหรือมันเกิดกลายพันธุ์ อีกครั้งเพื่อต่อต้านยาที่พวกเราใช้รักษาอยู่ได้สำเร็จ พระเจ้า...ผมไม่อยากแม้แต่จะคิดถึง
องค์การอนามัยโลกแถลงข่าวออกมาหลังจากที่ประกาศยกระดับความรุนแรงขึ้นเป็นระดับที่ 6 ว่าการแพร่ระบาดนี้ คาดว่าจะคงอยู่อีกนานราวๆ 1-2 ปีนั่นเป็นเวลาที่นานมากเกินพอที่จะให้ไวรัสกลายพันธุ์ได้อีกสัก 10 รอบเลยทีเดียว
เลวร้ายที่สุดจะเป็นอย่างไรผมไพล่คิดไปถึงนิยายของ สตีเฟน คิง เรื่อง standที่มีการสร้างเป็นภาพยนตร์ซีรี่ย์ออกมาในชื่อเดียวกันซึ่งผมเพิ่งได้ภาพยนตร์เรื่องนี้มาครบชุดเมื่อไม่นานมานี้ตั้งใจว่าจะเปิดดูแต่ติดอยู่ที่ว่า ช่วงนี้ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง กำลังเล่นเป็นกระเทยอยู่ซึ่งน่าติดตามมาก
ปกติผมก็ชื่นชอบนักแสดงคนนี้อยู่แล้วในวันนี้กับบทๆ นี้ ผมกล่าวได้คำเดียวว่า ชื่นชม คุณอ๊อฟแสดงบทนี้ได้เนียน ละเอียดและเข้าถึง มันต่างกันครับระหว่างผู้ชายที่พยายามแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้หญิงกับผู้ชายที่พยายามที่แสดงให้เห็นว่าเป็นกระเทย
แต่ความเยี่ยมยอดของคุณอ๊อฟมากกว่านั้นครับในบางฉาก คุณอ๊อฟต้องเล่นให้เห็นว่าเขาคือกระเทยที่กำลังพยายามแสดงให้คนรอบข้างเชื่อว่า ตนเองนั้นเป็นผู้ชาย
โอ้...นี่ไม่ง่ายเลย
กลับมาครับ...กลับมา...เดี๋ยวจะเปลี่ยนประเด็นกลายไปเป็นดาราวิจารณ์เอาไว้โอกาสต่อๆ ไปก็แล้วกันนะครับ ผมจะเขียนดาราวิจารณ์บ้าง
กลับมาที่stand ของเรา คือสรุปว่า ผมยังหาเวลานั่งดูมันแบบยาวๆ ยังไม่ได้ก็เลยไม่รู้ว่าจะสร้างได้เหมือนบทประพันธุ์แค่ไหนคงต้องรอให้คุณอ๊อฟเล่นละครเรื่องนี้จบก่อน
แต่เนื้อหาในบทประพันธุ์นั้นมันว่าด้วยการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้คนทั้งโลกตายกันเป็นเบือเหลือคนที่มีภูมิต้านทานตามธรรมชาติอยู่เพียงหยิบมือเดียวฉากบรรยายในช่วงที่เชื้อโรคแพร่เชื้อนั้น น่ากลัวมากครับ รวดเร็ว รุนแรงและไม่สามารถต้านทาน
ผมแนะนำให้คุณๆผู้อ่าน ไปตามหาหนังสือเล่มนี้ หรือภาพยนตร์เรื่องนี้ มาอ่านมาชมกันครับ
แล้วในระหว่างนี้พวกเราจะปรับตัวกันอย่างไร
หรือพวกเราmutant ตัวเอง เพื่อต่อสู้กับไวรัสไปเสียด้วยเลยจะดีไหม
ไม่ง่ายครับนอกจากการระมัดระวัง ป้องกันตนเอง ผมยอมรับครับว่ายังนึกอะไรอย่างอื่นไม่ออกเหมือนกัน
ผิดกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่นี้ครับผมยังพอนึกออกได้บ้างว่า มันก็ไม่แตกต่างกันเลย ถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรตั้งความหวังรอวันที่มันจะกลับมาดีดังเดิมเราก็ไม่ต่างจากไวรัสตัวที่กลายพันธุ์ไม่สำเร็จแล้วก็ตายไป
แต่ถ้าเราลุกขึ้นมากลายพันธุ์เรียนภาษาจีนเพิ่มเติม เพิ่มทักษะในการคิดให้เป็นระบบ ปรับระเบียบของการใช้ชีวิตเน้นการสร้างเครือข่าย นั่นหมายความว่า เรากำลังปรับตัว เรากำลังกลายพันธุ์
และเมื่อวันที่เมื่อเศรษฐกิจโลก พินาศ ผ่านพ้นไป เราจะไม่เพียงแค่รอดไปได้ แต่เราจะแกร่งขึ้นและเติบโตไปพร้อมกับโลกหลังวิกฤติได้โลกหลังวิกฤติที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอย่างแน่นอน
อ้าว...แล้วกัน...มาจบลงที่ปัญหาเศรษฐกิจจนได้สิน่า...
จัตวาลักษณ์’๐๗
Jun12, 2009